304 total views, 2 views today

Japan : โอซาก้า | เกียวโต | นารา 
ใจเต้นรัวๆๆ กับการไปญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน ฉบับเที่ยวแบบจัดเต็ม!!! กับงบคนละ 25000 บาทเหลือๆ

นี่เป็นอีกทริปของเพจ กับการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น บอกเลยว่าแพลนการเที่ยวรอบนี้จัดเต็มมากๆ เพราะเราไปทั้งหมด 3 เมืองด้วยกัน คือโอซาก้า เกียวโต และนารา เรียกได้ว่าไปทีเดียวเก็บครบทุกที่ๆ อยากไป เมืองที่เค้าว่าฮิตๆ เราก็ไปตามเก็บมาหมด! ** ช่วงที่เราไปอากาศกำลังเย็นสบาย หรือเรียกว่าหนาวเลยค่ะ ** พวกเราเช่าชุดสวยๆ จากร้าน >> Winter Collection เช่าเสื้อกันหนาว เช่า-ขาย ชุดกันหนาว เช่าเสื้อโค้ท ราคาไม่แพง ชุดมีให้เลือกเพียบบบ สวยๆ ทั้งนั้น ตามไปกันได้จ้าาา…

DAY 1 : เริ่มเดินทางจากสนามบินดอนเมือง >> ไปถึง >> สนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น
DAY 2 : ตะลุยโอซาก้า 
DAY 3 : เที่ยวเมืองเกียวโต 
DAY 4 : เที่ยงในเกียวโต 
DAY 5 : เยี่ยมถิ่นนารา ก่อนกลับไทย 

รอบนี้เราเดินทางไปญี่ปุ่นด้วย สายการบินนกสกู๊ต เราบินไฟท์ดึก เพื่อไปถึงที่โน่นเช้าพอดี เพราะ NokScoot มีเที่ยวบินที่สามารถบินตรงจากดอนเมือง-โอซาก้าได้เลยแบบไม่ต้องต่อเครื่อง ซึ่งมีบิน 6 เที่ยวต่ออาทิตย์ด้วยกัน และเที่ยวบิน ที่บินตรงจากดอนเมือง-โตเกียวทุกวัน ใครอยากเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าเมื่อไหร่ ให้นึกถึงนกสกู๊ต!

นกสกู๊ต เป็นสายการบินราคาประหยัดที่บินด้วยเครื่องบิน โบอิ้ง 777 ลำใหญ่ นั่งสบายกว่า เหยียดขาได้ยาว ไม่เมื่อย ไม่อึดอัดเลยจ้าาา คือดีย์ ใครอยากไปญี่ปุ่นด้วยตั๋วราคาถูก ติดตามกันไว้ให้ดีเลยจ้า เพราะมีโปรออกมาให้เราอยู่เรื่อยๆ จองตั๋ว>> https://www.nokscoot.com/th/

และที่สำคัญที่เราขาดไม่ได้คือ การจองตั๋วรถไฟและตั๋วการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะช่วยให้เราเซฟค่าใช้จ่ายไปเยอะเลยค่ะ เราใช้ตั๋วของ KKday 2 ใบ คือบัตรแบบ Osaka Amazing Pass : http://bit.ly/2Fx0F6X
และ บัตร Kansai Thru Pass : http://bit.ly/2FAuFQD

พร้อมแล้วไปเลยปะละ!!!! รายละเอียดใส่ไว้ใต้ภาพเรียบร้อยแล้วค่า

รอบนี้เราเดินทางไปญี่ปุ่นด้วย สายการบินนกสกู๊ต เราบินไฟท์ดึก เพื่อไปถึงที่โน่นเช้าพอดี เพราะ NokScoot มีเที่ยวบินที่สามารถบินตรงจากดอนเมือง-โอซาก้าได้เลยแบบไม่ต้องต่อเครื่อง ซึ่งมีบิน 6 เที่ยวต่ออาทิตย์ด้วยกัน และเที่ยวบิน ที่บินตรงจากดอนเมือง-โตเกียวทุกวัน ใครอยากเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าเมื่อไหร่ ให้นึกถึงนกสกู๊ต!

นกสกู๊ต เป็นสายการบินราคาประหยัดที่บินด้วยเครื่องบิน โบอิ้ง 777 ลำใหญ่ นั่งสบายกว่า เหยียดขาได้ยาว ไม่เมื่อย ไม่อึดอัดเลยจ้าาา คือดีย์ ใครอยากไปญี่ปุ่นด้วยตั๋วราคาถูก ติดตามกันไว้ให้ดีเลยจ้า เพราะมีโปรออกมาให้เราอยู่เรื่อยๆ จองตั๋ว>>https://www.nokscoot.com/th/

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

เราสั่งอาหารไว้ทานบนเครื่องก่อนจะลงช่วงเช้าของวันถัดมาค่ะ เผื่อหิวช่วงที่เรานั่งรถไฟเข้าเมือง

ถึงแล้วววว…ออกมานอกสนามบินเพื่อจะเดินไปสถานีรถไฟกันค่ะ การเดินทางของเราและเดอะแกงค์ อลหม่านตั้งแต่เริ่มเดินทางเลยละ 555 แต่ก็สนุกไปอีกแบบดี เริ่มจากลืมโทรศัพทืไว้บนเครื่อง แต่น้องแอร์เก็บไว้ให้ และมีพนักงานภาคสนามเดินเอามาให้ที่ประชาสัมพันธ์สนามบิน เห้อออ เริ่มทริปก็ลืมแล้ววว 5555

DAY 1 เดินทางจากกรุงเทพไปญี่ปุ่น : 

เราออกเดินทางวันที่ 17 มี.ค 62 จากสนามบินดอนเมืองไฟท์ดึกตอน 23.40 น. ไปถึงสนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ตอนเช้า 07.10 น.

การเดินทางในโอซาก้า เกียวโต และนารา

เราใช้บัตร 2 ใบ คือ 
บัตรแบบ Osaka Amazing Pass >>https://bit.ly/2TYDpE5 เป็นตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของโอซาก้าอย่าง ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle), ตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building) และอีกมากมาย (ซื้อแล้วสามารถรับบัตรได้ที่สนามบินคันไซและสนามบินนาโงย่า) 

และ บัตร Kansai Thru Pass >>https://bit.ly/2WPQnWs เราสามารถเดินทางไปยังโอซาก้าและเกียวโต ได้แบบไม่จำกัดเที่ยว ทั้งรถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถบัส (ซื้อแล้วสามารถรับที่สถานีบีทีเอสและสนามบินดอนเมือง)
ซื้อบัตรได้ที่ >> KKday

อีก 2 วันที่เหลือเราไปซื้อเพิ่มจากที่โน่น ใน Big Camera ค่ะ

จากนั้นเราก็เดินทางเพื่อเข้าเมืองโอซาก้าไปยังที่พักของเรา “Hotel Villa Fontaine Osaka – Shinsaibashi” ซึ่งตลอดเวลาที่เที่ยวญี่ปุ่นเราพักที่นี่ทั้งหมดยันวันกลับเลยค่ะ เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน และย่านช้อปปิ้งสุดฮิตอย่าง โดทงโบริ (Dotonbori) & ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ที่โอซาก้าค่ะ ค่าที่พัก 4 คืน 3 ห้อง 27230 บาท ตกคนละ 4538 บาท **เราไปกันทั้งหมด 6 คน หารลงตัวเรื่องห้องพอดี**

หลังจากที่เราเข้าที่พักเก็บของและพักผ่อนกับเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มออกตะลุยโอซาก้าแบบจริงจังกันค่ะ

ในภาพอาจจะมี 1 คน, อาหาร และสถานที่ในร่ม

เดินออกจากที่พักก่อนจะนั่งรถไฟไปปราสาทโอซาก้า แวะเติมพลังกันหน่อย เป็นร้านอาหารกดตู้ค่ะ จะมีรายการให้เราเลือก ว่าจะเอาเมนูไหน หยอดเงินใส่ตู้ จะมีเมนูกระดาษเล็กๆ ออกมา ส่งให้พนักงาน สักพักพนักงานจะนำอาหารมาเสริฟค่ะ แนะนำสำหรับใครที่กินง่าย อยู่ง่าย ประหยัดได้ด้วยค่ะ เพราะแต่ละเมนู ราคาเริ่ม 220 เยนเท่านั้น

สถานที่แรก “ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)” มาโอซาก้าทั้งทีต้องแวะมาที่นี่ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงนะทุกคน เพราะที่นี่เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโอซาก้า เรามาถึงก็ยื่นบัตร Osaka Amazing Pass และเข้าได้ฟรีเลย (ปกติที่นี่มีค่าเข้า) เปิดเวลา 09.00 – 17.00 น. (แต่จะเข้าได้ถึงเวลา 16.30 น. ยกเว้นช่วงเทศกาลที่เค้าจะขยายเวลาในการเข้าชมจ้า)

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ต้นพืช, ท้องฟ้า, ดอกไม้, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

ซากุระ ที่ออกเพียงน้อยนิด เพราะเราไปช่วงก่อนที่ซากุระจะออกดอก ค่ะ หากจะให้ดี หลังมีนาคม จะเจอแบบฟลูอลังการมากกว่า

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังยืน, ต้นไม้, รองเท้า และสถานที่กลางแจ้ง

ระหว่างทางเดินไปปราสาท..

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

มุมนี้..หากันอยู่นาน ว่าจะถ่ายยังไงไม่ให้ติดคน เพราะคนเยอะมากกกก 5555 น้องๆ ที่ไปด้วยพาไปหามุมจ้าา เลยได้มานี่ละ

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ และสถานที่กลางแจ้ง

หลังจากชมปราสาทเก่าแก่ของโอซาก้ากันแล้ว เราก็ไปต่อกันที่ “Tempozan Ferris Wheel” มาขึ้นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ชมวิวความสวยงามของโอซาก้ากันค่ะ ใครที่กลัวความสูงก็แอบเสียวอยู่เหมือนกันนนน สามารถเดินประมาณ 5 นาที จากสถานีรถไฟใต้ดิน Osakako Station (ค่าขึ้นกระเช้าราคา 800 เยน / 229 บาท) เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

ที่ต่อมาบอกเหล่าสาวกเลโก้ต้องมาละลายทรัพย์กันที่แน่นอนนน “เลโก้แลนด์ (Lego Land)” ใช้บัตร Osaka Amazing Pass ในการเข้าสถานที่ได้เลย (ปกติค่าเข้า 2,300 เยน / 659 บาท) บอกเลยนักสะสมไม่ควรพลาดน้าา ร้านเปิดเวลา 10.00 -20.00 น. 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ตึกระฟ้า, เมฆ และสถานที่กลางแจ้ง

ตกเย็นเรารีบเดินทางมายัง “อาคารอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building)” แลนด์มาร์คของในโอซาก้า ที่มีดาดฟ้าจุดชมวิว “Kuchu-Teien Observatory” สามารถมองวิวทิวทัศน์รอบโอซาก้าได้ สวยมากกก!!! (ค่าเข้าปกติ 1,000 เยน / 286 บาท)
เปิดให้บริการ 10.00 น. – 22.30 น. (เข้าได้ถึงเวลา 22.00 น.) 

สามารถเดิน 9 นาที จากสถานี JR Osaka Station หรือ Umeda Station บนสาย Subway Midosuji Line หรือสถานี Higashi-Umeda Station บนสาย Subway Tanimachi Line หรือสถานี Nishi-Umeda Station บนสาย Subway Yotsubashi Line ได้เลยย ที่นี่มาได้หลายเส้นทาง สะดวกมาก 

**ไม่มีภาพด้านบนมาให้ชมเน้อออ เพราะอิแอดขาสั่น มันหนาวมากกกก ออกไปถ่ายแล้วตะคริวจะกิน!!!** 

ปิดท้ายคืนนี้ด้วยการออกไปช้อปปิ้งตอนดึกใกล้ที่พักของเรากันค่ะ กับย่านโดทงโบริ (Dotonbori) & ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ยิ่งดึกยิ่งครึกครื้น ไม่เงียบเหงาเลยค่ะ ฟินมากกก 

รูปนี้ต้องมาาาา+++

DAY 3 เริ่มเที่ยวในเกียวโต :

พวกเราเตรียมตัวออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เพื่อไปกันที่ “เมืองเกียวโต” 

ที่แรกในเกียวโตคือ “ป่าไผ่ Arashiyama” สถานที่สุดฮิต ที่ไม่มาไม่ได้ **เนื่องจากเรามาในวันธรรมดาคนเลยน้อยจ้า ถ่ายรูปสบายเลย** ที่นี่บรรยากาศร่มรื่น เพราะสองข้างทางปกคลุมไปด้วยป่าไผ่ ที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปีเลย เพราะป่าไผ่สมบูรณ์อยู่ตลอดจ้า สามารถเดิน 15 นาที จาก Arashiyama Station มาที่นี่ได้เลย

ช่วงระหว่างเดินจากสถานีรถไฟ ไปป่าไผ่ จะเห็นวิวข้างทางสวยๆ ให้ได้แวะถ่ายรูปกันค่ะ ใกล้ๆ กัน จะเห็นสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) ระหว่างเราก็แวะชมวิวกันซะหน่อย สถานที่สวยมาก

“ป่าไผ่ Arashiyama” สถานที่สุดฮิต ที่ไม่มาไม่ได้ **เนื่องจากเรามาในวันธรรมดาคนเลยน้อยจ้า ถ่ายรูปสบายเลย** ที่นี่บรรยากาศร่มรื่น เพราะสองข้างทางปกคลุมไปด้วยป่าไผ่ ที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปีเลย เพราะป่าไผ่สมบูรณ์อยู่ตลอดจ้า

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่กลางแจ้ง

ระหว่างทางขากลับ เพื่อเดินไปขึ้นรถไฟเห็นร้านกาแฟ สุดฮิต ขอแวะสะหน่อย แล้วก็เดินเที่ยวบริเวณแถวนั้นด้วยเลย มีร้านขนม และอาหาร หน้าน่ากินหลายเมนูเลยละค่ะ

มื้อเช้า + กลางวัน เลยฝากท้องกันที่ร้านนี้เลย **จำชื่อร้านไม่ได้ รู้แต่ว่า เดินลงจากสะพานมาก็เจอร้านแรกเลยค่ะ อร่อยยยย และดีงามมากก**

ในภาพอาจจะมี รองเท้า และสถานที่กลางแจ้ง

สถานที่ต่อมา “พอนโตโชะ Pontocho” เมืองเก่าริมน้ำที่มีเอกลักษณ์ เราชอบเมืองนี้มาก เพราะมีความเงียบสงบ บ้านเมืองเค้าน่ารักมากๆ เพราะชาวบ้านที่นี่ ยังคงรักษาหมู่บ้าน เอาไว้แบบดั้งเดิม

เจอต้นเดียวบริเวณริมแม่น้ำ!!!

เที่ยวมาทั้งวันแล้ว ขอหาอะไรรองท้องกันก่อนเนอะเราเลยเลือกมาฝากท้องกันที่ “Nishiki market” ตลาดของกิน ที่มีรวบรวมของกินเอาไว้เยอะมากกกก เลือกซื้อกินกันเพลินเลยย

DAY 4 ยังเที่ยวอยู่ในเกียวโต :

เราออกเดินทางแต่เช้าตรู่เหมือนเดิม เพื่อไป “ฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าเทพอินาร” เป็นสถานที่ที่ฮิตมากในหมู่นักท่องเที่ยว และเชื่อว่าหลายคน คงจะเคยเห็นในรีวิวญี่ปุ่นกันบ่อย เพราะกลายเป็นแลนด์มาร์คของคนมาเที่ยวญี่ปุ่นไปแล้วค่ะ กับเสาแดงที่เรียงกันอยู่ข้างหลังศาลเจ้า และเชื่อมทางเดินไปยังภูเขาอินาริ ไม่ว่าใครที่แวะเวียนมาต้องถ่ายมุมนี้กลับไปแน่นอนนน 

สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari สาย Keihan Main Line มาลงได้เลย

เดินเข้ามาด้านใน จะเห็นเสาแดง เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ที่เสาจะมีเขียนไว้ทุกต้น เราไม่ได้เดินขึ้นเขานะ ไม่ไหววววจริงๆ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และอาหาร

แล้วไปที่ต่อ “เมือง Uji” ที่โด่งดังเรื่องของชาเขียวมากกกก ถิ่นชาเขียว เพราะเป็นชาเขียวแบบดั้งเดิมของคนญี่ปุ่น ใครชอบชาเขียวนะ ต้องแวะมาลองชิมที่นี่เลยย ไม่ว่าจะเป็นโซบะชาเขียว เกี๊ยวซ่าชาเขียว ไอศกรีมชาเขียวและอีกมากมาย !! พูดแล้วน้ำลายไหล ขอตัวไปกินแพร๊พ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และน้ำ

บริเวณใกล้กัน มีวัดเบียวโดอิน Byodo in อยู่ด้วยค่ะ เป็นวัดที่สถาปัตยกรรมสวยมากๆ

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน, ต้นไม้, ต้นพืช และสถานที่กลางแจ้ง

เจอกันอีกต้นแล้วววววว…ทริปนี้นับได้ประมาณ 4 ต้น นะถ้าจำไม่ผิด

ไปลุยกันต่อค่ะ “วัดโฮคันจิ (hokan ji temple)” วัดนี้ต้องมาค่ะ เพราะทางเดินระหว่างวัด ตรงหน้าเราจะเห็นหอคอย Yasaka เป็นเจดีย์ 5 ชั้นที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหลังคากระเบื้อง ที่นี่นักท่องเที่ยวหรือชาวญี่ปุ่นเอง จะนิยมแต่งชุดกิโมโนมาเดินเล่นถ่ายรูปกันด้วย เป็นพิกัดถ่ายรูป มุมสวยที่ไม่ควรพลาดอีกที่นึงเลย

สาวๆ แต่งชุดกิโมโน น่ารักมากก 

ในภาพอาจจะมี 1 คน

เริ่มทริปวันที่ 5 กันด้วย ราเมงข้อสอบชื่อดัง ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักเรานั่นเอง เดินมาไม่ไกล มาช่วงเช้าๆ นี่ดีมากก ไม่มีคิวเลยจ้า มาถึงก็เลือกว่าจะทานเมนูอะไร กดตู้หยอดเหรียญเลือกกันไป เสร็จแล้วพนักงานจะพาไปนั่งที่โต๊ะ มารับเมนูอาหารทางด้านหน้าโต๊ะค่ะ มีข้อสอบ เป็นแผ่นกระกาษ ให้เราเลือกที่จะใส่รสชาติไหนดี อร่อยหรือไม่อร่อย อยู่ที่เราทำกันละค่ะ
***ลืมใส่รูปอาหารไว้ ขอใส่ในคอมเมนท์นะคะ***

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นไม้ และสถานที่กลางแจ้ง

DAY 5 แวะเที่ยว Nara Park ก่อนกลับไทย :

เมืองสุดท้ายและวันสุดท้ายของเราในญี่ปุ่น เรามากันที่ “Nara Park” ที่เมืองนารา สวนกวางนาราแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับวัดโคฟุคุจิค่ะ เรียกได้ว่าใกล้ชิดกับน้องกวางสุดๆ ซึ่งสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาราไปแล้ว เมื่อนึกถึงเมืองนี้ จะต้องมาที่นี่นั่นเอง เข้าชมฟรีและเปิดทุกวัน สามารถเดินจาก Kintetsu Nara Station มาได้เลย ไม่ไกลจ้า

บริเวณเดียวกันจะมี “วัดโทไดจิ Todaiji Temple” หรือวัดหลวงพ่อโตประจำเมืองนารา เป็นวัดที่ใหญ่มากๆ และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกที่ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ซึ่งก็ตั้งอยู่ในสวนกวางนาราเลยค่ะ

ในภาพอาจจะมี 1 คน

และปิดท้ายทริปนี้ด้วย กลับมาช็อปปิ้งก่อนกลับ ที่โอซาก้ากันอีกรอบ อิ่มทั้งทอง อิ่มใจจากการช็อปแล้ว เราก็ไปสนามบินกันจ้า…คืนสุดท้ายก่อนกลับพวกเราเลือกนอนที่สนามบินกันค่ะ เพราะเรากลับไฟท์เช้าสุด หากนอนในเมืองมาไม่ทันแน่ๆ หรือทันแต่ก็เฉียดฉิวมากกก

ร้านนี้ ใครที่มาแล้วต้องห้ามพลาด!!! มันปูคือดีมาก ของทะเลสดมากจริงๆ ต้องร้านนี้เลย Isomaru Suisan สาขา Dotonbori

อาริงาโตะโกไซมัส…กลับบ้านแล้วววว

จบทริปญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน ที่พาไปทัวร์ 3 เมืองแบบจัดเต็มแล้ว!!! การรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ อาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ยังไม่เคยไปไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่ ทริปหน้าเช่นเคย ถ้ากดชอบฝากไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าาา : )

สามารถเข้าไปติดตามบทความอื่นๆ ของเราได้เลย 
https://www.tiewtourthai-painaidee.com/
ของกิน สถานที่เที่ยว โรงแรม เรามีหมดดด ฝากติดตามด้วยน้าา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *