สุพรรณบุรี

445 total views, 1 views today

ชวนมาเที่ยวเมืองไทยแบบเท่ๆ ที่ “ชุมชนตำบลบ้านแหลม” จังหวัดสุพรรณบุรีแบบ 2 วัน 1 คืน!  

“สัมผัสวิถีชีวิต I เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น I ภาษาถิ่นชวนฟัง” 

การได้มาลองเที่ยววิถีชุมชนตำบลบ้านแหลม บอกเลยว่า…เป็นการเที่ยวที่เท่เอามากๆ เพราะนอกจากเราจะได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านแล้ว ยังได้ลองทำกิจกรรมสนุกๆ มากมาย แถมยังช่วยส่งเสริมอาชีพและรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกด้วย คือเก๋สุดๆ !! 

‘ชุมชนตำบลบ้านแหลม’ เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำท่าจีน และมีลักษณะบ้านพักอาศัยเป็นแบบบ้านทรงไทยหน้าจั่วแหลม ที่ปัจจุบันยังคงอนุรักษ์เอาไว้ให้เราได้มาสัมผัสถึงความดั้งเดิม  

เที่ยวชุมชนตำบลบ้านแหลมนี้เท่ยังไง ??   

– มานอนบ้านไผ่ตาพุดโฮมสเตย์ บ้านทรงไทยริมน้ำบางปลาม้า เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ 
– มาเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำธูปสมุนไพรหลากสีประจำวันเกิด 
– มาลองทำขนมเกสรลำเจียก ขนมชาววังที่หาทานได้ยาก 
– ล่องเรือชมวิถีชุมชนบ้านแหลม ถึงความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตต่างๆ ของชาวบ้านแหลม 
– ชมวัดป่าพฤกษ์  วัดในตำนาน ที่มีการเสด็จประพาสต้น ร.5 
– ตักบาตรตอนเช้า พร้อมคุณตาคุณยาย 

และไปแวะเที่ยวคาเฟ่ทุ่งนา ที่ “ชมนา คาเฟ่” กันก่อนกลับกทม. 

ถ้าอยากรู้ว่า เที่ยวเมืองไทย แล้วมันจะสวย เท่ ยังไง ตามมาดูกันเล้ยยย!!! 
(รายละเอียดใส่เอาไว้ใต้ภาพเรียบร้อยแล้วจ้า) 

จากกรุงเทพมายังชุมชนตำบลบ้านแหลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี แค่ 1 ชม. เท่านั้น ใกล้มาก  

เมื่อมาถึงเราก็ตรงมายัง ‘ไผ่ตาพุดโฮมสเตย์’ บ้านพักที่เราจองเอาไว้ เจ้าของบ้าน ชื่อป้ากุ้ง น่ารักมาก ป้าใจดี และพร้อมแนะนำทุกอย่างที่เราอยากรู้ให้ฟัง อย่างชื่อโฮมสเตย์หลังนี้ก็มีที่มา แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นไผ่สีสุก เป็นไม้มงคล และสามารถเอามาทำอาหารได้ เมื่อร.ศ. 50 ท่านสุนทรภู่ล่องเรือผ่านย่านนี้มา ได้แต่งโครงนิราศที่พูดถึงต้นไผ่เอาไว้ ชาวบ้านเลยเรียกว่า ไผ่ตาพุด นั่นเอง  

โฮมสเตย์ป้ากุ้งจะนอนกันที่ห้องโถงตรงกลางด้านบนชั้น 2 ของบ้าน ไม่มีแอร์ มีแต่พัดลม มีห้อง 1 ห้อง สำหรับใครที่อยากมีความเป็นส่วนตัว มีห้องน้ำในตัว 1 ห้อง แบบอาบรวม บ้านพักสะอาด ที่นอนเปลี่ยนใหม่ตลอด อากาศตอนเย็นก็สบายมาก  

ค่าห้องพักคนละ 200 บาท เราจองที่พักแบบรวมอาหารเช้า – เย็นด้วย ค่าอาหารเช้าคนละ 80 บาท ค่าอาหารเย็นคนละ 180 บาท  

คุณตาพ่อของป้ากุ้ง

ตอนกลางวัน ก็มานอนเล่นชิวๆ พักผ่อนใต้ถุนบ้านได้ ลมพัดเย็นสบาย บางทีคุณตาก็ชวนคุยเล่น ขำขันกับมุขกันไป สนุกดีค่ะ

ใต้ถุนบ้านป้ากุ้ง มีขายขนม น้ำ ด้วย ใครหิวก็เดินมาซื้อได้เลย เพราะออกไปเซเว่นก็ไกลนิดหน่อย

วันหยุด ลูกสาวป้ากุ้ง เปิดครอสสอนหนังสือเด็กๆ แถวบ้านด้วย ก็จะครึกครื้นเป็นพิเศษ

พอเก็บของเข้าที่พักแล้ว กิจกรรมแรกที่เรามาทำก็คือ การทำ ‘ขนมเกสรลำเจียก’ สอนทำขนมโดยป้ากุ้ง เจ้าของโอมสเตย์ที่เรามาพักนั่นเอง ทำกันที่ใต้ถุนบ้านเลย สบายๆ จะบอกว่า ขนมลำเจียก เป็นขนมชาววัง ที่จะทำกินเฉพาะในงานบุญเท่านั้น และชุมชนแห่งนี้ก็มีแค่ป้ากุ้งเท่านั่น ที่เป็นคนทำขนมลำเจียก  

ป้ากุ้งบอกกับเราว่า วิธีการทำขนมลำเจียก จุดเด่นเลยคือมะพร้าว ต้องใช้มะพร้าวดำเนิน (มะพร้าวอ่อน) จะอร่อย ใส่น้ำตาลทราย ใส่ผงวุ้น แล้วคนผสมทุกอย่างในเข้ากันก่อนนำไปตั้งไฟ แต่ถ้าใครอยากให้สีสวย ก็ใช้สีธรรมชาติ อย่างใบเตย ก็ให้สีเขียว อัญชัน ก็ให้สีฟ้า  แล้วนำมาจัดเป็นรูปให้สวยงาม พร้อมทาน    

ขั้นตอนการทำขนมลำเจียกจัดใส่จาน ดูเหมือนง่าย แต่ก็ยากสำหรับเราอยู่ดี (ฮ่าฮ่า) ข้ามไปดูของป้ากุ้งที่จัดใส่จานเอาไว้ดีกว่า

เสร็จแล้วววว น่าทานมากกกกก

*** แต่ละกิจกรรมจะมีค่าฐาน 300 บาท และค่าลงมือทำอีก 50 บาท ต่อคน *** 
*** เราสามารถเลือกทำกิจกรรมที่เราสนใจได้ ***  

กิจกรรมที่สองที่เราเลือกมาทำ คือ ‘การทำธูปสมุนไพรหลากสีประจำวันเกิด’ ที่ บ้านธูปหอมพรหมเศรษฐี สอนทำโดย พี่อ้วน ทำที่นี่มาเกือบ 20 ปี ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นพี่ ซึ่งแต่ก่อนพี่อ้วนบอกว่า จะมีการทำแต่ธูปสีขาวอย่างเดียว และตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนมาทำ 7 สี ธูปประจำวันเกิด เพื่อขยายตลาดและเข้าถึงคนได้มากขึ้น 

พี่อ้วนเล่าว่า ธูปสมุนไพรหลากสีประจำวันเกิดของที่นี่ มีธูปทั้งหมด 7 สี และจะเพิ่มสีดำมาก็คือวันพุธ(ราหู) กลางวันกลางคืน และสีขาวดั้งเดิมอีก 1 สี สรุปคือจะมีทั้งหมด 9 สี ด้วยกัน  

ทำไมถึงเป็นธูปสมุนไพร เพราะปกติธูปส่วนใหญ่ถ้าสูดดมไปมากๆ จะไปเป็นสารก่อมะเร็ง ก็เลยคิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา เป็นธูปป๊อกกี้ ธูปสปา ที่สามารถจุดในห้องแอร์ก็ได้ เป็นเหมือนการอโรม่า นั่นเอง   

วิธีการทำธูปสมุนไพรแบบป๊อกกี้หรือธูปสปา ส่วนประกอบหลักก็จะมี ก๊อแดง(เปลือกบง เป็นเปลืองไม้ชนิดนึงมาจากพม่า), จันทร์ขาว, ขี้เลื้อย, แป้ง, น้ำตะไคร้หอม และน้ำเตยหอม ผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน และสีทั้ง 7 สี ก็เป็นสีจากธรรมชาติทั้งหมด  

วิธีการปั้นธูปก็คือ ให้เอามือจุ่มน้ำก่อน แล้วค่อยปั้น เพราะจะได้ไม่ติดมือ แล้วทำมือเป็นรูปโอเค แล้วรูดขั้นลงให้เป็นแท่งตรงๆ เสร็จแล้วนำไปตาก ใช้เวลาการตาก 2-3 วัน ก็จะแห้ง 

วิธีตั้งธูปตอนนำไปตากให้แห้ง จะมีการตากกลับด้านไป-มา เพื่อให้มันแห้งทั้งหมด ซึ่งการทำธูปต้องอาศัยแดดในการทำ เพราะถ้าธูปตากไม่แห้ง มันจะอับและจุดธูปไม่ติดนั่นเอง   

แต่จริงๆ แล้ววิธีการทำดอกธูปของพี่อ้วนแบบฉบับต้นตำรับเลย จะเรียกว่า การปาตี้ คือการนำไม้เปล่ามาจุ่มในน้ำแรก และนำมาผ่านวิธีการทำโดยการใส่ก๊อแดง และจุ่มในน้ำ 2 จะผสมก๊อแดงกะขี้เลื่อย ทำแบบเดิมประมาน 3 รอบ และก็ก่าย (ใส่จันทร์ขาวผสมแป้ง) ทำเพื่อที่จะได้เป็นดอกธูปเลย จะใช้ระยะเวลาในการตากเหมือนกัน  

*** พี่อ้วนจะไม่ได้สอนวิธีการทำอันนี้ เพราะจะเปื้อนและฝุ่นเยอะ *** 
แต่จะสอนทำธูปในรูปแบบของสปาและป๊อกกี้แทน แบบที่เราบอกไปเมื่อตอนข้างต้น   

*** แต่ละกิจกรรมจะมีค่าฐาน 300 บาท และค่าลงมือทำอีก 50 บาท ต่อคน ***  
*** เราสามารถเลือกทำกิจกรรมที่เราสนใจได้ ***  

พี่อ้วนและคุณแม่ บอกให้เราโพสท่านี้ถ่ายรูป เพราะเป็นท่าประจำของชุมชนบ้านแหลม

มีเวลาเหลือ เราเลยไปแวะทานข้าวกลางวันตามที่ป้ากุ้งและพี่มณ(ไกด์) แนะนำมาว่า ร้านนี้อร่อย อาหารสมราคา และให้เยอะมากกก ชื่อ ‘ร้านอานทอง’ เปิดตั้งแต่ 08.00 -20.00 น. จากที่พักเดินทางไปร้านอาหาร 6.1 กม. ประมาน 7 นาที ถึงเลยย

ต่อมา ‘ล่องเรือชมวิถีชุมชนบ้านแหลม’ โดยจะมีไกด์พาเราไป จะไปขึ้นท่าเรือที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลม เป็นการล่องเรือในแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี ชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่  

แม่น้ำแห่งนี้มีประวัติเล่าขานมาอย่างยาวนาน และมีประเพณีตักบาตรกลางน้ำ มีประเพณีการแห่ ชักพระเล่นเพลง ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนพย.ทุกปี อีกด้วย 

พี่มณ พี่ไกด์ของเราในวันนี้

จะสังเกตุได้ว่า ชุมชนบ้านแหลม จะมีลักษณะบ้านพักอาศัยเป็นแบบบ้านทรงไทยหน้าจั่วแหลม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อชุมชนนั่นเอง

คุณยายพายเรือข้ามฝั่งมาพอดี เพราะสองฝั่งน้ำ จะแบ่งเขตเป็น 2 ชุมชน สามารถข้ามมาหากันได้ โดยการพายเรือ (ทางลัด)

เจอหนุ่มๆ มาเล่นโดดน้ำกันพอดี

ล่องเรือมาสักพัก เราก็มาแวะไหว้พระกันที่ ‘วัดป่าพฤกษ์’’ หรือสมัยก่อนเรียกว่า วัดวิหารไลทอง เป็นวัดในตำนาน ที่มีการเสด็จประพาสต้น ร.5 และมีระฆังอยู่ทั้งหมด 88 ใบ เป็นเลขมงคลของคนจีน 

ตรงด้านหน้าของเรา จะเป็น โบสถ์เก่าแก่ หน้าโบสถ์จะมีรูปพญาครุฑ เป็นโบราณที่อยู่คู่ตำบลบางปลาม้ามา 100กว่าปี แต่ก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ ให้ได้สัมผัสกันจริงๆ  

ย้อนกลับมาที่ภายในวัดป่าพฤกษ์ จะมีหลวงพ่อเนียมวัดน้อย อยู่ด้านในเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณ ป้ากุ้งบอกว่า…มีตำนานเล่ามาว่า เค้ามาเข้าฝันญาติ และก็บอกว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน ก็เลยมีการเอาหุ่นท่านกลับมาอยู่ที่นี่ นั่นเอง 

บริเวณรอบวัดจะมีระฆังอยู่ทั้งหมด 88 ใบ เป็นเลขมงคลของคนจีน ไหว้พระเสร็จ ก็สามารถไปตีระฆังให้ครบได้ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ก่อนกลับจากวัด สามารถให้อาหารปลาบริเวณวัดตรงทางขึ้นเรือได้ด้วย ถุงละ 20 บาท หยอดตู้ได้เลย

ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็นั่งเรือกลับกันค่ะ
*** ค่าล่องเรือ 1 ชม. 500 บาท ***  
*** ค่าไกด์นำเที่ยว ให้ข้อมูล 300 บาท *** 

ขึ้นจากเรือมา ก็แอบเดินมาแวะดูคุณยายถักเข็มกลัดด้วยผักตบชวา ถ้าใครชอบก็สามารถมาอุดหนุนคุณยายได้เลย เป็นงานฝีมือทั้งหมด

อันนี้ฐานการทำน้ำพริก แต่ว่าเราไม่ได้ไปเรียนนะ แอบไปขอแม่ถ่ายเฉยๆ (ฮ่าฮ่า)

นอกจากนี้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลม เป็นสถานที่หลักในการให้บริการนักท่องเที่ยว ที่สนใจมากิจกรรมในชุมชนหรือมาพักที่โฮมสเตย์แห่งนี้ หากใครสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 080-0737397 คุณโสภณหรือไอดีไลน์ sophol23  ได้เลยจ้า

ตกเย็นเรารีบกลับมาที่พักของเรา เพราะได้เวลาอาหารเย็นแล้วจ้า!! มื้อนี้ป้ากุ้งลงมือทำ แกงหน่อไม้ไก่, ผัดพริกกระดูกอ่อน ปลาทอดราดกระเทียม และไข่เจียว ให้เราทานกัน ขอบอกว่า อร่อยทุกอย่างเลย เราแอบไปช่วยป้ากุ้งทำ หรือเข้าไปช่วยยุ่งมากกว่าเดิมก็ไม่รู้ (ฮ่าฮ่า)  

แกงหน่อไม้ไก่

ปลาทอดราดกระเทียม

ผัดพริกกระดูกอ่อน

ไข่เจียว

เมื่อป้ากุ้งทำอาหารเสร็จและยกกับข้าวออกมานั่งทานด้วยกันที่โต๊ะด้านนอก บรรยากาศคือชิวมาก แต่ตกดึกที่นี่จะแมลงเยอะหน่อยๆ เพราะเป็นช่วงหน้าฝนจ้า อาหารเย็นมื้อนี้คนละ 180 บาท 

ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกันที่ลานถนนหน้าศาลหลักเมือง นำทีมโดยป้ากุ้ง ต้องออกมาก่อนตี 5 ครึ่ง จะได้ใส่ทันพระ แต่ถ้าใครมาสาย มีพระเดินมาตอนขากลับจ้า ไม่ต้องห่วง  

มื้อเช้าของเรา รองท้องกันด้วยปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ ป้ากุ้งแวะซื้อร้านประจำ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ร้านอยู่ถึงก่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ปาท่องโก๋ 20 บาทเต็มถุงเลย น้ำเต้าหู้ถุงละ 5 บาทเอง  

มื้อเช้าจริงๆ ของเรา คือ ข้าวต้มใบเตย ปลาช่อนทอด ปลาหมึกทอด ค่าอาหารเช้าคนละ 80 บาท ค่าใส่บาตรคนละ 50 บาท

*** อาหารแต่ละมื้อ เราสามารถเลือกเองได้ว่า จะทานมื้อนี้กับทางที่พักไหม หรือจะออกไปกินเองก็ได้จ้า ***   

จากนั้นเราก็ออกไปแวะ ‘ชมนา คาเฟ’’ กันก่อนกรุงเทพฯ เป็นร้านกาแฟที่อยู่ห่างจากที่พักเรา 18 กม. ประมาน 20 นาที จะบอกว่า ที่นี่คือดีย์มาก ช่วงที่เรามาคือทุ่งนากำลังเขียวขจี สวยมากกก แถมราคาน้ำที่นี่ก็ไม่แพง เราสั่งชาร้อนกับมัทฉะลาเต้มา 2 แก้ว 80 บาทเอง  
ร้านเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ตั้งแต่ 09.00 – 18.00 น.  

ที่นี่นอกจากจะเปิดเป็นคาเฟ่แล้ว เค้าเปิดที่พักด้วยนะ สามารถเข้าไปติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2UeHKDT เลยยย 

จบทริป เที่ยวเมืองไทยแบบเท่ๆ ที่ “ชุมชนตำบลบ้านแหลม” จังหวัดสุพรรณบุรี๊ แบบ 2 วัน 1 คืน! เห็นไหมละ เที่ยวเมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกเวลา : )  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *